cleancocleanco

Tag : การทำความสะอาด

หลักการทำความสะอาดบ้านให้น่าอยู่

บ้านเป็นสถานที่ให้สมาชิกในครอบครัวได้อยู่อาศัยพักผ่อนนอนหลับ ให้ความปลอดภัย ความสบายกายและความสบายใจแก่สมาชิกทุกคนในครอบครัว บ้านแต่ละหลังมีรูปแบบการสร้างที่แตกต่างกันด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ลักษณะของบ้านจะเป็นเช่นไร สมาชิกในบ้านก็สามารถทำให้บ้านน่าอยู่ น่าอาศัยได้ ด้วยการเอาใจใส่ดูแลรักษาทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นการทำความสะอาด บ้านให้มีสภาพเรียบร้อย จนเป็นที่สะดุดตาก็สามารถดึงดูดความสนใจให้สมาชิกในครอบครัวไดอยู่อาศัยอย่างมีความสุขมากกว่าบ้านที่ขาดการรักษาความสะอาด

หลักในการทำความสะอาดบ้านให้น่าอยู่

  1. การทำความสะอาด

ความสะอาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านน่าอยู่ การทำความสะอาด ปัดกวาด เช็ดถูเป็นประจำ ทำให้เครื่องเรือนเครื่องใช้ปราศจากความสกปรกแม้แต่บริเวณบ้าน รั้ว สนาม ทางเดินเข้าบ้านสะอาด ร่มรื่น ปราศจากขยะมูลฝอยต่าง ๆ

การสร้างความสะดวกสบาย

จัดแบ่งพื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดการใช้สอยที่เป็นสัดส่วน เดินไปมาสะดวกและมีแสงแดดส่องถึง ระบายอากาศได้ดี มีการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกไว้อย่างเหมาะสม สะดวกในการหยิบใช้และการทำกิจกรรมต่าง ๆ

การตกแต่งให้สวยงาม

นอกจากการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เหมาะสมดังที่กล่าวในข้อที่ผ่านมา การจัดตกแต่งให้เป็นระเบียบ ไม่เกะกะ การจัดวางสิ่งของให้เกิดความสมดุล การใช้สี การตกแต่งผ้าม่าน เพื่อให้ดูสบายตาก็สามารถทำให้บ้านสวยงามน่าอยู่ยิ่งขึ้น

การจัดบ้านให้เกิดความปลอดภัย

การจัดบ้านให้มีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น มีลูกกรงที่ระเบียงกันพลัดตกบันไดให้แข็งแรง เก็บยา สารเคมีให้พ้นจากมือเด็ก ทำความสะอาดบ้าน บริเวณบ้านให้ปราศจากตะไคร่จับทำให้ลื่นในขณะทำกิจกรรม ปลูกบ้านห่างไกลจากสิ่งปฏิกูลและแหล่งแพร่เชื้อโรคหรือมีวิธีการป้องกันที่ถูกต้องเหมาะสม ถ้าหากไม่สามารถหลีกเลี้ยงได้

  1. การวางแผนใช้ทรัพยากรในการทำความสะอาด

ทรัพยากรในการทำความสะอาดที่มีอยู่ภายในบ้าน ควรคำนึงถึงการวางแผนการทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกบ้าน มีดังนี้

  • เวลาที่จะใช้ในการทำความสะอาด
  • แรงงานที่จะใช้ในการทำความสะอาด
  • วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือที่จะใช้ในการทำความสะอาด

การทำความสะอาดทั้งภายในบ้านและบริเวณภายนอกตัวบ้าน จะมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ต่อเมื่อผู้ทำความสะอาดได้วางแผนการทำงานอย่างรอบคอบและรัดกุมลงมือทำงาน ตามแผนที่วางไว้ ตรวจสอบการทำงานและประเมินผลการทำงานในทุกๆงานที่ได้ทำไป ว่าได้ผลตามที่ต้องการหรือไม่ เพื่อจะได้พิจารณาปรับปรุงทั้งการวางแผนการทำความสะอาดและวิธีการทำงานในคราวต่อไป การวางแผนในการใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวกับการทำความสะอาดคือการใช้เวลาแรงงานและวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยลดความสูญเสียทรัพยากรทั้งสามประการที่ไม่จำเป็นลงได้

  1. การเลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการทำความสะอาดบ้าน

อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้ในการทำความสะอาดบ้าน ทั้งภายในตัวบ้านและบริเวณภายนอกตัวบ้านนั้น สามารถแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการปัดกวาด ได้แก่ ไม้กวาดดอกหญ้า , ไม้กวาดหยากไย่ , ไม้กวาดขนไก่ , เครื่องดูดฝุ่น , ไม้กวาดก้านมะพร้าว , ที่โกยขยะ เป็นต้นฯ
  • อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการเช็ด ขัดและถู ได้แก่ ไม้ถูกพื้น , แปรง , ผ้าขี้ริ้ว เป็นต้นฯ

เคล็ดลับการซักผ้าและดูแลเครื่องซักผ้าให้สะอาด

หลายคนมักคิดว่าการซักผ้าเป็นงานที่ยุ่งยากและใช้เวลามาก โดยเฉพาะเวลาที่มีคราบสกปรกฝังแน่น แต่อย่าเพิ่งโยนทิ้งนะ อีกทั้งเครื่องซักผ้าก็ยังสกปรก ไม่รู้จะ ทำความสะอาด ยังไง ? เรามีเคล็ดลับดีๆในการซักผ้ามากฝาก เคล็ดลับของการซักผ้าที่จะช่วยรักษาเนื้อผ้าให้อยู่ทรง มีสีสันสดใส และสวมใส่ได้นานขึ้น ทั้งวิธีการกำจัดคราบสกปรกที่คิดว่าซักไม่ออกที่จะทำให้การซักผ้าของคุณเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว และยังมีวิธีทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเล็กๆ น้อยๆ มาบอกกันอีกด้วย

เคล็ดลับการซักผ้าและดูแลเครื่องซักผ้าให้สะอาด

  1. ล้างเครื่องซักผ้าด้วยน้ำยาบ้วนปาก

หากพบว่าเครื่องซักผ้าที่บ้านเริ่มมีกลิ่นอับหรือคราบสกปรก แสดงว่าถึงเวลาทำความสะอาดแล้วล่ะ โดยเทน้ำยาบ้วนประมาณปากครึ่งแก้วลงไปในช่องใส่ผงซักฟอก จากนั้นก็เปิดสวิตช์ให้เครื่องทำงาน เพียงเท่านี้ทั้งเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายก็จะถูกฆ่าเรียบ

  1. กำจัดคราบเหลืองด้วยแอสไพริน

โดยบดยาแอสไพรินขนาด 325 มิลลิกรัม จำนวน 5 เม็ด จากนั้นก็นำไปละลายในน้ำร้อนปริมาณ 2 ลิตร เสร็จแล้วนำเสื้อผ้าขาวลงไปแช่ อย่าลืมกดให้ทุกส่วนจมลงไปในน้ำ แล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อรอให้กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ออกฤทธิ์ จากนั้นก็นำมาซักตามปกติ เท่านี้ก็จะช่วยให้เสื้อผ้ากลับมาขาวสะอาดแล้วค่ะ
ซึ่งนอกจากนี้ยาแอสไพรินยังสามารถกำจัดคราบเลือดบนเสื้อผ้าได้ด้วย โดยให้เราละลายยาแอสไพรินลงในน้ำเย็น (อย่าใช้น้ำร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้คราบยิ่งฝังลึก) จากนั้นก็นำเสื้อผ้าที่มีคราบลงไปแช่ ถ้าคราบแห้งก็ให้นำยาแอสไพรินบดไปถูบริเวณที่มีคราบ ปล่อยทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง แล้วค่อยซัก

  1. ไม่ควรตากผ้านานเกินไป

เพราะการตากผ้าเอาไว้นานเกินไป จะทำให้เนื้อผ้าแข็ง รีดผ้ายาก แม้แต่เตารีดไอน้ำก็ช่วยลบรอยยับไม่ได้ แต่ถ้าหากตากไว้จนลืมสนิทและมีปัญหานี้อยู่ละก็ แนะนำให้พรมน้ำสักหน่อยก็จะช่วยให้รีดได้ง่ายขึ้นแล้ว

  1. ใส่ถุงเท้าในถุงตาข่ายก่อนซัก

สำหรับคนที่มีปัญหาถุงเท้าย้วยหรือมักจะเหลือข้างเดียวเป็นประจำ แนะนำให้ใส่ถุงตาข่ายก่อนจะซัก ก็จะเป็นการถนอมถุงเท้าให้ใส่ไปได้นาน ๆ แถมยังได้ถุงเท้ากลับมาแบบครบคู่หลังซัก ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้างใดข้างหนึ่งจะหายอีกต่อไป

  1. คืนสภาพเสื้อหดด้วยแชมพูเด็ก

คืนสภาพเสื้อผ้าที่หดตัวโดยผสมแชมพูเด็กกับน้ำอุ่นใส่ลงในกะละมัง แล้วนำเสื้อผ้ามาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที จากนั้นนำเสื้อผ้าขึ้นมาโดยไม่ต้องล้างน้ำ แล้ววางไว้บนผ้าเช็ดตัวแห้ง พร้อมกับม้วนเพื่อซักน้ำออก ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าเสื้อผ้าจะยืดกลับมามีขนาดเหมือนเดิม

  1. แยกเสื้อซักตามเนื้อผ้า

หลักการแยกเสื้อผ้าควรแยกตามความหนาของผ้าแทนการแยกตามสี เพราะว่าผ้าที่หนาและหนักจะดูดซับน้ำได้มากกว่าผ้าที่บาง ทำให้การที่เราซักเสื้อผ้าทั้งหนาและบางรวมกัน จึงทำให้เสื้อผ้าไม่สะอาดทั่วเท่าที่ควร อีกทั้งยังสามารถส่งผลเสียต่อเนื้อผ้าที่บางกว่าอีกด้วย ยกเว้น 2 กรณีคือ ควรซักผ้าขาวแยกเสมอและไม่ควรซักผ้าด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 29 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้เสื้อผ้าสีซีดลงด้วย

  1. ใช้ครีมโกนหนวดลบคราบเครื่องสำอาง

ถ้ามีคราบเครื่องสำอางติดบนเสื้อผ้าแล้วซักออกไม่หมดซะที ให้นำครีมโกนหนวดมาถูบริเวณที่มีคราบ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 10-15 นาที ก่อนซักตามปกติ หากไม่สามารถกำจัดออกได้ในครั้งเดียวก็ให้ทำซ้ำอีกครั้ง

  1. ป้องกันรอยยับด้วยลูกบอลฟอยล์

รู้ไหมคะว่าเพียงแค่เราม้วนฟอยล์อะลูมิเนียมให้เป็นลูกบอล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 นิ้ว จำนวน 2-3 ลูก จากนั้นก็ใส่ลงไปในเครื่องซักผ้าพร้อมเสื้อผ้า ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าของเราเกิดไฟฟ้าสถิตและลดการเกิดรอยยับได้

  1. กำจัดคราบฝังแน่นด้วยไดร์เป่าผม

สำหรับคราบที่ไม่ใช่คราบโปรตีน (Non-Protein Stains) เช่น คราบดิน คราบหญ้า คราบน้ำผลไม้ ก่อนนำไปซักให้ใช้ไดร์เป่าผมเป่าสักพักแล้วป้ายน้ำยาขจัดคราบลงไป ความร้อนจากลมของไดร์เป่าผมก็จะช่วยให้ซักสะอาดได้ง่ายขึ้น

  1. ใช้ผ้าขนหนูแห้งทำให้ผ้าแห้งไวขึ้น

หากต้องการสวมเสื้อผ้าที่เพิ่งซักไปแบบเร่งด่วน สามารถเร่งให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นได้ด้วยการนำผ้าเช็ดตัวที่แห้งสนิทแล้วมาแขวนไว้ราว หากเป็นเสื้อผ้าที่ยังเปียกชื้นมาก ๆ แต่ใกล้จะถึงเวลาที่ต้องนำมาใส่แล้ว ให้นำมาวางบนผ้าเช็ดตัวที่แห้งสนิทแล้วม้วนเข้าด้วยกัน ก่อนจะนำไปปั่นแห้งอีกรอบ เพื่อลดความชื้นในเนื้อผ้า

 เสื้อผ้าที่ใส่ไปนานก็ต้องเสียทรงหรือสีซีดลงเป็นธรรมดา แต่เราสามารถยืดเวลาการใช้งานออกไป ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ที่จะช่วยรักษาทรงและสีสันของเสื้อผ้าให้สวยงาม สดใส ไม่ดูเก่า พร้อมทั้งใส่ได้นานขึ้น

ประโยชน์ของมะนาวในการทำความสะอาด

หลายๆ คนคงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า “มะนาว” นั้นมีประโยชน์มีมากมาย ยิ่งในเรื่องของการ ทำความสะอาด ขจัดคราบสกปรกต่างๆและยังปลอดภัยไร้สารเคมี หาซื้อได้ง่ายและทุกๆบ้านจะต้องมีกันอย่างแน่นอน ! และเราจะมาแนะนำประโยชน์ของ มะนาวในการทำความสะอาด ที่จะทำให้การทำความสะอาดนั้นง่ายยิ่งขึ้น !

ประโยชน์ของมะนาวในการทำความสะอาด

  1. กำจัดคราบมันบนเครื่องใช้ในครัว

ในครัวนั้น เป็นบริเวณที่เกิดคราบมันได้ง่ายที่สุด และส่วนใหญ่เป็นคราบที่เกิดจากการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นคราบน้ำมันกระเด็นต่างๆ ของวัตถุดิบในการทำอาหาร คราบมันทำความสะอาดยากมาก เพราะล้างยังไงก็ยังคงมันเหมือนเดิม แต่…ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นด้วยการใช้มะนาวเป็นตัวช่วย

– วิธีการก็คือ นำมะนาวมาถูบริเวณที่มีคราบมัน เช่น คราบมันบนเครื่องครัวต่างๆ  ใช้มะนาวถูลงบนคราบให้ทั่ว จากนั้นค่อยนำไปล้างตามปกติ มะนาวจะเป็นตัวขจัดคราบน้ำมันที่ติดอยู่ได้อย่างหมดจด ( หรือบางครั้งอาจจะต้องใช้เกลือผสมเล็กน้อยแล้วแต่คราบกับสิ่งของ )

  1. ทำให้แก้วและกระจกใสขึ้น

นอกจากจะช่วยขจัดคราบมันได้แล้ว คุณสมบัติอีกหนึ่งอย่างของมะนาว คือการช่วยทำให้แก้วและกระจกใสขึ้น

  • วิธีการคือ เพียงแค่นำน้ำมะนาวผสมกับน้ำยาล้างจาน และนำน้ำยาที่ผสมแล้ว ไปล้างแก้วหรือเช็ดกระจก จะทำให้แก้วใสขึ้น กระจกก็จะกลับมาใสวิ๊งๆเหมือนเดิม
  1. ใช้มะนาวทำความสะอาดห้องน้ำและท่อน้ำทิ้ง

สำหรับท่อน้ำทิ้งที่อาจมีจะสิ่งสกปรกและเชื้อโรคสะสมอยู่ เราสามารถทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคได้พร้อมๆกัน

  • วิธีการคือ ใช้น้ำมะนาวครึ่งถ้วยตวง ผสมน้ำร้อน 1 แกลลอน แล้วจัดการเทลงไปในท่อน้ำทิ้ง ปล่อยทิ้งไว้ซักครู่แล้วราดน้ำเปล่าตามไปอีกครั้ง และคราบสกปรกในห้องน้ำนั้น เป็นพื้นที่ๆทำความสะอาดยุ่งยากมาก และสกปรกมากมีสารพัดคราบที่ฝังแน่นขัดออกยาก แต่มันจะง่ายขึ้นด้วยมะนาว
  • วิธีการคือ เพียงเราผสมน้ำมะนาวลงในน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำและใช้น้ำยาที่ผสมแล้วเทให้ทั่วบริเวณที่ต้องการขจัดคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นขัดออกให้สะอาดด้วยการทำความสะอาดปรกติ คราบสกปรกฝั่งแน่นก็จะทำความสะอาดง่ายขึ้น
  1. จัดกลิ่นเหม็นในตู้เย็น

ในตู้เย็นนั้นมีกลิ่นมากมาย ทั้งอาหารที่แช่มานาน และกลิ่นวัตถุดิบของอาหารต่างๆ จึงทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในตู้เย็น การกำจัดกลิ่นเหล่านี้ง่ายๆ

– วิธีการคือ โดยนำสำลีจุ่มน้ำมะนาวแล้วนำไปวางไว้ในตู้เย็น น้ำมะนาวจะช่วยดูดกลิ่นเหม็นต่างๆได้เป็นอย่างดี

  1. ทำความสะอาดจำพวกสแตนเลส

สิ่งของอุปกรณ์พวกสแตนเลสทั้งหลาย ที่มีคราบสกปรกติดอยู่หรือคราบสนิมเกาะ การล้างด้วยน้ายาทำความสะอาดคงจะทำความสะอาดยาก และการทำความสะอาดได้ง่ายๆด้วยมะนาว

  • วิธีการคือ นำน้ำมะนาวผสมกับเบกกิ้งโซดา แล้วนำไปขัดทำความสะอาดกับอุปกรณ์สแตนเลสในบ้านของคุณ ก็ทำให้กลับมาเงางามสว่างเหมือนใหม่ได้แล้ว

และประโยชน์อีกมากมายของมะนาวไม่ว่าจะเป็นส่วน ต้น ใบ ผล นอกจากน้ำมะนาวที่มีวิตามินซีสูงแล้ว ส่วนอื่นๆ ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในด้านอื่นๆ อีกเยอะแยะ

การทำความสะอาดห้องต่างๆในบ้าน

บ้าน เป็นที่อยู่อาศัยหลับนอนและเป็นจุดรวมของทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่ใช้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่บ้านยังมีผลต่อสุขภาพร่างกายของทุกคนในบ้านอีกด้วย ดังนั้น เราจึงจำเป็นจะต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดให้บ้านสะอาด สวยงามและน่าอยู่เสมอ บ้านโดยทั่วไปจะแบ่งเป็นห้องต่างๆ การทำความสะอาด และดูแลรักษาห้องต่างๆภายในบ้านจึงมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะและการใช้งาน

การทำความสะอาดห้องต่างๆ เช่น

  • ห้องนอน เป็นห้องส่วนตัวที่ใช้พักผ่อนหลับนอนเราจึงต้องรักษาความสะอาดเป็นประจำ ใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นทั่วๆไปหากมีรอยคราบก็ใช้วิธีเช็ดคราบด้วยน้ำยาทำความสะอาด ส่วนที่นอนหมอน หมอน , ผ้าปูที่นอนและผ้าห่ม ก็ควรนำไปผึ่งแดดทุกๆสัปดาห์เพื่อฆ่าเชื้อโรค ส่วนผ้าปูที่นอน,ผ้าห่มและปลอกหมอนควรเปลี่ยนทุกๆ 2-3 วัน และะนำอันเก่าไปซักทำความสะอาด
  • ห้องนั่งเล่น ทำความสะอาดเป็นประจำเพราะเป็นห้องที่ใช้ต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมบ้าน ควรจะเป็นห้องที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก การทำความสะอาด ควรปัดฝุ่นที่เกาะตาม โต๊ะ , ตู้ , โซฟาและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ สวนบริเวณเพดานและผนัง ใช้ไม้กวาดหยากไย่กวาดใยแมงมุมตามมุมต่างๆหรือบริเวณเพดานสัปดาห์ละครั้ง
  • ห้องครัว ส่วนมากสิ่งที่เจอบ่อยในห้องครัว คือคราบน้ำมันและกลิ่นเหม็น ซึ่งทำให้ผนังสกปรก ควรใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดผนังและน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดบ่อยๆ และบริเวณพื้น ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นหรือผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคถูพื้นห้องครัวประจำและทำความสะอาดถังขยะบ่อยๆ เพราะถังขยะนั้นเป็นตัวนำพาเชื้อโรค
  • ห้องน้ำ ต้องทำความสะอาดเป็นพิเศษก็เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค พื้นที่ใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นห้องน้ำทั่วไปเพื่อขจัดคราบสกปรกที่อยู่ตามร่องพื้น สุขภัณฑ์ในห้องน้ำควรใช้คลอรีนผสมน้ำเปล่าปริมาณเท่าๆกัน เทลงในอ่างล้างหน้าทิ้งไว้ 20-30 นาที ดูดส้วมควรใช้แปรงในน้ำยาทำความสะอาดขัดคราบสกปรกออก

และควรทำความสะอาดสิ่งของใช้ในบ้านอย่างเป็นประจำ จะทำให้สิ่งของในบ้านดูใหม่และสะอาดอยู่เสมอ และการทำความสะอาดเป็นประจำนั้นจะทำให้ทำความสะอาดคราบสกปรกออกได้ง่าย เพราะคราบสกปรกจะไม่เกาะสะสมเป็นเวลานาน หากเราทำความสะอาดอย่างเป็นประจำ

การทำความสะอาดพื้นชนิดต่างๆ

แต่ละบ้านมันมีพื้นที่ไม่เหมือนกันและพื้นบ้านแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งรูปทรงและผิวสัมผัสและวัตถุที่ใช้ผลิต ดังนั้นพื้นผิวแต่ละชนิดมี การทำความสะอาด และใช้น้ำยาทำความสะอาดแตกต่างกันออกไปเพื่อการทำความสะอาดที่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้นและยังจะสะอาดขึ้นนั่นเอง อีกทั้งยังทำให้พื้นไม่เสียหายจากน้ำยาที่ใช้ไม่ตรงกับชนิดของพื้น

ดังนั้นเราควรจะเลือกทำความสะอาดพื้นด้วยวิธีที่ถูกต้องและน้ำยาที่ถูกประเภท ดังนี้

  • พื้นปูน สวนมันถูทำความสะอาดและใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นเป็นประจำและล้างพื้นด้วยเครื่องขัดพื้นหรือแปรงไนล่อน ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์ด่างหรือกรดอ่อนทำความสะอาด ถ้าอยากให้พื้นนั้นเงางาม ให้เคลือบเงาด้วยน้ำยาเคลือบเงาของพื้นโดยเฉพาะ
  • พื้นกระเบื้อง เป็นพื้นที่มีความแกร่งและคงทนการดูแลนั้นจึงไม่ยาก การทำความสะอาดอยู่ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นประจำวันและผลิตภัณฑ์ดันฝุ่นวันละ 2-3 ครั้ง การล้างหรือขัดคราบสกปรกฝังแน่นด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างพื้นลอกแวกซ์
  • พื้นไม้,พื้นปาร์เก้,ลามิเนต ต้นทุนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นไม้โดยเฉพาะและส่วนพื้นไม้ไม่ควรใช้น้ำยาดันฝุ่นเพราะอาจจะเกิดรอยได้ ควรทำความสะอาดด้วยการถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นสำหรับไม้โดยเฉพาะ หากต้องล้างอาจจะใช้น้ำยาเช็ดเฟอร์นิเจอร์ฉีดและเช็ดออกแต่ระวังพื้นอาจจะลื่นได้
  • หินอ่อน เป็นพื้นบอบบางต้องดูแลเป็นพิเศษควรถูด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นหินอ่อนโดยเฉพาะ หากจะขจัดคราบมันด้วยการเลือกน้ำยาทำความสะอาดที่ไม่มีส่วนผสมของกรดหรือด่าง ควรเคลือบผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คราบเปื้อน ซึมลงใต้พื้นเนื้อได้ยาก  
  • หินแกรนิต ใช้วิธีเดียวกันกับพื้นหินอ่อนและไม่ควรใช้แปรงหรือสก๊อตไบร์ทขัดถูพื้นเพราะอาจทำให้เกิดรอยได้ กรณีที่ต้องการลงแว๊กไม่ควรทิ้งไว้นานเพราะจะทำให้สีซีดได้

 

ทำความสะอาดพื้นประเภทต่างๆ เราควรเลือกการทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้ตรงกับพื้นบ้านของท่าน จะทำให้พื้นผิวของพื้นนั้นสวยงามและเพื่อรักษาพื้นให้คงทนแข็งปรง และยังทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น  

วิธีทำความสะอาดที่นอน

การทำความสะอาด ที่นอนคือสิ่งที่เราต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะส่วนมากแล้วเราใช้เวลาอยู่มากที่สุดเพราะทุกๆคนนั้นต้องพักผ่อนหลับนอน เตียงนอนจึงเป็นพื้นที่ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ บางคนนั้นปล่อยละเลยจนทำให้เตียงนอนกลายเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ

วิธีทำให้เตียงนอนในสะอาดปราศจากสิ่งสกปรกต่างๆมีดังนี้

  • ดูดฝุ่นกำจัดสิ่งสกปรก การทำความสะอาดที่นอนเบื้องต้นคือ การดูดฝุ่นจากการไรฝุ่นและความสกปรกก่อน ควรจะถอดผ้าปูที่นอนออกเพื่อกำจัดฝุ่นบนฟูกและดูดฝุ่นทุกซอกทุกมุมบนที่นอน แค่นี้ก็สามารถลดฝุ่นและความสกปรกได้ระดับหนึ่ง
  • กำจัดคราบเลือด คราบเลือดบนที่นอนจากการเป็นประจำเดือนบนผ้าปูที่นอนนั้น ทำความสะอาดออกยากที่สุด มีวิธีง่ายๆคือ ผสมน้ำอุ่นกับเกลือแล้วนำมาฉีดตรงข้ามเพื่อนให้เปียก เกลือจะช่วยสลายคราบเลือดจากนั้นก็นำผ้าเช็ดคราบเลือดออกหรือนำเบกกิ้งโซดา 2 ส่วนกับน้ำ 1 ส่วนคนให้เข้ากัน แล้วนำไปป้ายบนคราบเลือดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วเช็ดทำความสะอาดโดยหรือจะใช้น้ำเย็น 2 ถ้วยตวงกับผงซักผ้า 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำไปป้ายตรงคราบแล้วเช็ดทำความสะอาดได้เช่นกัน
  • กำจัดกลิ่นอับ ที่นอนที่ไม่ได้ตากแดดบ่อยๆทำให้มีกลิ่นอับตุๆ วิธีการจัดการโดยใช้น้ำยาทำความสะอาด หรือสเปรย์ดับกลิ่นหมาฉี่บนที่นอนให้ทั่วแล้วนำไปผึ่งลมไว้ 2 วัน จะนำมาปูนอน หรือควรซักผ้าปูที่นอนบ่อยๆและพยายามให้แดดโดนที่นอนบ้าง เพื่อที่นอนจะได้ไม่มีกลิ่นอับ
  • กำจัดกลิ่นฉี่ ที่นอนลูกน้อยหรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็เคยฉี่รดที่นอน วิธีทำความสะอาดคือออกและสีน้ำยาทำความสะอาดชนิดเอนไซม์ลงไปเสร็จแล้วโรยผงเบกกิ้งโซดาลงไปเพื่อดูดคราบ หรือทางที่ดีที่สุดควรยกที่นอนไปตากแดดจัดๆ เพราะแดดจัดๆจะทำให้ลดกลิ่นและฆ่าเชื้อโรคได้
  • กำจัดคราบเชื้อรา ฆ่าเชื้อราที่เกิดขึ้นบนหมอนหรือผ้าปูที่นอนเป็นคราบสกปรกที่เกิดขึ้นจากการไม่ทำความสะอาดนานๆและความชื้นสะสมในห้อง วิธีกำจัดคือ ดูดฝุ่นบนที่นอนทั้งสองด้านและนำน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับที่นอนมาฉีดให้ทั่วทั้งสองด้าน หรือใช้น้ำอุ่นผสมแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณฆ่าเชื้อราและนำหมอนหรือผ้าปูที่นอนต่างๆไปตากตรงที่แดดจัดๆ ทำให้ฆ่าเชื้อโรคได้

 

วิธีกำจัดฝุ่นในบ้านให้สะอาด

ทำไมทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ แต่ในบ้านฝุ่นก็ยังไม่หมดซักที ?

เพราะ ฝุ่นมีอยู่ทุกพื้นที่ในบ้านของเรา การทำความสะอาด เช่น การกวาดและปัดฝุ่นทำให้ฝุ่นผงที่เกาะอยู่ตามส่วนต่างๆ ของบ้านฟุ้งกระจายในอากาศ  ต่อให้เราทำความสะอาดเท่าไหร่ ก็กำจัดฝุ่นไปไม่หมดซักที ฝุ่นสามารถเข้ามาได้หลายทางเช่น การเปิดประตูหรือหน้าต่าง นอกจากนี้ฝุ่นยังสามารถเกิดขึ้นเองในบ้านได้อีกด้วย

ที่มาของฝุ่น ฝุ่นนั้นเป็นวัตถุที่มีขนาดเล็กมาก ลอยอยู่ในอากาศทั่วไป ซึ่งปรกติ หากมีปริมาณไม่มาก เราจะมองด้วยด้วยตาเปล่าไม่เห็น จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อฝุ่นเป็นที่มีขนาดใหญ่และเยอะมาก อย่างเช่น ควันดำจากท่อไปเสียรถยนต์ หรือฝุ่นบนถนนลูกรัง เป็นต้น อย่างในบ้านเรานั้นปรกติไม่น่าจะมีฝุ่นเยอะขนาดนั้น เราถึงมองไม่เห็น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อมันตกลงมากองรวมกันเป็นก้อนใหญ่ๆทำให้เราถึงจะเห็นว่าฝุ่นนั้นเยอะ

วิธีกำจัดฝุ่นมีหลายวิธี เช่น ปัด,เป่า,เช็ด ,ใช้เครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น การปัดและเป่านั้น เป็นวิธีที่กำจัดฝุ่นออกวิธีหนึ่ง แต่ไม่ได้ช่วยให้ฝุ่นหมดไป ฝุ่นที่โดนปัดหรือเป่าออก มันแค่หลุดออกจากสิ่งๆหนึ่ง แล้วไปลอยอยู่ในอากาศ แล้วมันก็ตกลงมาเกาะตามสิ่งของต่างๆในบ้านเหมือนเดิม

วิธีกำจัดฝุ่นในบ้านเบื้องต้นแบบง่ายๆ

  1. ไม้ปัดฝุ่นไมโครไฟเบอร์กับเครื่องดูดฝุ่น เพราะไม้ปัดฝุ่นไมโครไฟเบอร์จะปัดและเก็บฝุ่นได้ดีกว่าไม้ปัดฝุ่นธรรมดาที่ยิ่งใช้ยิ่งทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย และใช้เครื่องดูดฝุ่นแทนไม้กวาด เพราะเครื่องดูดฝุ่นจะเก็บฝุ่นเข้าไปข้างในและไม่กระจายออกมาอีก
  2. การทำความสะอาดเตียงนอนประจำ เตียงนอนเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เป็นแหล่งสะสมของฝุ่น และเป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจต่างๆ อย่างนั้นแล้วเราควรหมั่นทำความสะอาดเตียงนอนอย่างเป็นประจำ เช่น ดูดฝุ่นอย่างเป็นประจำ นำผ้าห่ม ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนไปซักให้สะอาดเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
  3. ผ้าม่านเป็นสิ่งสะสมของฝุ่นได้เป็นอย่างดี และทำความสะอาดยาก ดังนั้นหากต้องการให้บ้านสะอาดจากฝุ่นและไม่อยากมานั่งซักผ้าม่านบ่อยๆ แนะนำให้ลอง ใช้มู่ลี้แทนผ้าม่าน เพราะทำความสะอาดง่าย ทำความสะอาดได้บ่อย โดยไม่ต้องยุ่งยาก
  4. ดูดฝุ่นทำความสะอาดพื้นให้ทั่ว ในบ้านของเรานั้นมีฝุ่นอยู่ทุกที่ เราอาจจะไม่สามารถกำจัดออกไปได้ในครั้งเดียว การดูดฝุ่นและการทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันการกลับมาสะสมของฝุ่นอีกครั้ง เราจึงต้องหมั่นทำความสะอาดบ้าน

ไม่ว่าเราจะบ้านของเราจะดูสะอาดดีแค่ไหน แต่ใช่ว่าฝุ่นนั้นจะไม่มีเพราะเราไม่สามารถจะมองเห็นมันได้ และที่ดีที่สุดนั้นคือเราควรหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ ถึงจะเป็นวิธีที่เหนื่อแต่ก็เป็นทางออกที่ดีสำหรับเรา เพราะฝุ่นนั้นลอยอยู่ตามอากาศและเกาะตามผ้าต่างๆ อย่างผ้าหุ่ม ผ้าปูที่นอน โซฟาต่างๆทำให้เราเกิดโรคทางเดินหายใจได้ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือทำความสะอาดสิ่งต่างๆให้บ่อยที่สุด เพื่อสุขภาพของเราเอง

 

5 วิธีขจัดคราบเครื่องครัว

ปัญหา การทำความสะอาด เครื่องครัว เป็นปัญหาหลักที่ต้องเจอครั้งต้องเตรียมวัตถุดิบเพื่อทำอาหารเสร็จแล้วยังต้องมาล้างทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องครัวอีกต่างหาก และบางอย่างทำความสะอาดยากซะเหลือเกินทั้งคราบสกปรกและกลิ่นเหม็น ปัญหาหลักที่ทำความสะอาดแสนจะยากไม่ว่าจะเป็นคราบไม่ติดหม้อ , กลิ่นคาวติดเขียง และอื่นๆสารพัด

เรามีวิธีทำความสะอาดเครื่องครัวง่ายๆมาฝากกัน

  • การล้างคราบไหม้บนกระทะและหม้อ สนใจที่เราทอดปลาหรือทำอาหารต่างๆที่ต้องใช้ไฟแรงๆ สิ่งที่ต้องเจอคือคราบไหม้ดำติดกระทะและยากที่จะทำความสะอาด แต่วัตถุดิบในครัวก็สามารถที่จะทำความสะอาดได้ เช่น น้ำส้มสายชูและเกลือมาผสมกันจนกลายเป็นเนื้อสครับแล้วนำไปขัดบนคราบไหม้ในกระทะหรือหม้อให้หลุดออกได้ หรือหากภาพหนักติดแน่นมากๆจนขัดไม่ออก ให้ใช้วิธีเทน้ำผสมกับน้ำส้มสายชูเข้าด้วยกัน เทลงตรงตรงคราบไหม้บนกระทะหรือหม้อแล้วนำไปต้มเรื่อยๆคราบที่ติดอยู่ก็จะค่อยๆหลุดออกมา
  • กลิ่นคาวบนเขียง สิ่งที่ติดกับเขียงหลังจากเตรียมอาหารเสร็จคือคราบและกลิ่นคาว ผ้าทำความสะอาดด้วยน้ำยาปกติคราบก็จะหลุดออกได้แต่ที่ลงเรือคือกลิ่นคาวสะสมและฆ่าเชื้อรา วิธีทำความสะอาดคือใช้เปลือกมะนาวและเกลือเล็กน้อยนำไปถูบนเตียงก่อนจะนำไปล้างทำความสะอาด ส่วนคราบราดำให้นำเขียงไปแช่ในน้ำร้อนที่ผสมน้ำส้มสายชูคราบก็จะหลุดออกเอง
  • คราบข้าวแข็งบนหม้อหุงข้าว หลายๆบ้านคงใช้หม้อหุงข้าวแบบเดิมๆอยู่ ซึ่งทำให้ข้าวแห้งติดหม้อ วิธีแก้ง่ายๆโดยการเปลี่ยนจากน้ำธรรมดาแช่เป็นแค่น้ำร้อนแทน ซึ่งน้ำร้อนจะทำให้ข้าวที่แห้งเปลือยหลุดออกเองทำให้ทำความสะอาดได้ง่าย
  • กลิ่นคาวติดคุก กลิ่นเครื่องเทศที่ติดอยู่ในครก วิธีแก้ง่ายๆโดยใช้ข้าวสาร 1 กำมือใส่ครกและน้ำเปล่าเล็กน้อย ตำไปเรื่อยๆจนละเอียด ข้าวสารจะช่วยดูดกลิ่นที่ติดครกออกไปนั่นเอง
  • คราบตะกรันในกระติกน้ำร้อน คราบตะกรันเกาะเต็มพื้นด้านในกระติกน้ำร้อน มีวิธีทำความสะอาดง่ายๆคือ เทน้ำลงไปให้ท่วมก้นกระติกและเติมน้ำส้มสายชูไป 5 ช้อนโต๊ะต้มให้เดือดและแช่ไว้ประมาณครึ่งวัน คราบก็จะหลุดออกทำให้ล้างทำความสะอาดได้ง่าย